Posts Tagged ‘การดูแลผู้สูงอายุ’

การดูแลผู้สูงอายุ “ให้สุขภาพดี”

รับดูแลผู้สูงอายุ,ดูแลผู้ป่วย,ผู้ป่วย ระยะ พักฟื้น,บ้านพักผู้สูงอายุ,ให้อาหารทางสายยาง,กายภาพบำบัด,แผลกดทับ,สวน ปัสสาวะ,สมองเสื่อม,เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง,โรคกระดูกและข้อ,หลงลืม,อัมพาต ครึ่งซีก,อ่อนแรงครึ่งซีก,อัมพฤกษ์,อัมพาต,เจาะคอ,อัลไซเมอร์

Goldenlife Nursing Home? ติดต่อ :http://www.goldenlifehome.com

02 ? 584-3705????? 02-583-7709

การดูแลผู้สูงอายุ “ให้สุขภาพดี”

การดูแลผู้สูงอายุนั้นถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่าง มาก ยิ่งเป็นเรื่องของสุขภาพด้วยแล้ว การดูแลผู้สูงอายุ ยิ่งต้องเรียกว่าใกล้ชิดเลยเดียวค่ะ เพราะหากละเลย การดูแลผู้สูงอายุ แล้วอาจส่งผลกระทบทางด้านจิตใจตามมาซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อทั้งทางสุขภาพร่าง กายโดยตรงและร่างกายทางอ้อมเลยทีเดียวค่ะ ฉะนั้นแล้วเราควรให้มาใส่ใจในการดูแลผู้สูงอายุให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ และวันนี้เรามีคำแนะนำในการดูแลผู้สูงอายุมาฝากกันด้วยซึ่งเป็นวิธีการดูแล ผู้สูงอายุให้สุขภาพดีอย่างง่าย ๆ เลยทีเดียวค่ะ

9 วิธี การดูแลผู้สูงอายุ “ให้สุขภาพดี”

1. เลือกอาหาร

โดยวัยนี้ร่างกายมีการใช้พลังงานน้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลงจึงควรลดอาหาร ประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน ให้เน้นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์โดยเฉพาะปลาและเพิ่มแร่ธาตุที่ผู้สูงอายุ มักขาด ได้แก่ แคลเซียม สังกะสี และเหล็ก ซึ่งมีอยู่ในนมถั่วเหลือง ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ และควรกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง อบ แทนประเภทผัด ๆ ทอด ๆ จะช่วยลดปริมาณไขมันในอาหารได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน

2. ออกกำลังกาย

หากไม่มีโรคประจำตัวแนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิคสัก 30 นาทีต่อครั้ง ทำให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะเกิดประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก โดยขั้นตอนการออกกำลังกายจะต้องค่อย ๆ เริ่มมีการยืดเส้นยืดสายก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มความหนักขึ้น จนถึงระดับที่ต้องการ ทำอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะเวลาที่ต้องการ จากนั้นค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ และค่อย ๆ หยุดเพื่อให้ร่างกายและหัวใจได้ปรับตัว

3. สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์

จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้อาจเป็นสวนสาธารณะใกล้ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือการปรับภูมิทัศน์ภายในบ้านให้ปลอดโปร่ง สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก มีการปลูกต้นไม้จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้เหมาะสมเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ โรคและสามารถช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดได้

4. หลีกเลี่ยงอบายมุข

ได้แก่ บุหรี่และสุรา จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของโรคได้ ทั้งลดค่าใช้จ่ายในการรักษาและยังช่วยป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ อาชญากรรมต่าง ๆ อันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมในขณะนี้

5. ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและโรคที่เป็นอยู่ส่งเสริม สุขภาพให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการหกล้ม

6. ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วน

โดยควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะช่วยทำให้เกิดความคล่องตัวลดปัญหาการหก ล้มและความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

- วิธีประเมินว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์อ้วนหรือไม่

โดยคำนวณจากดัชนีมวลกายหรือเรียกสั้น ๆ ว่า “BMI (bodymass index)” ถ้าน้ำหนักตัวเกิน ค่า BMI จะอยู่ระหว่าง 23-24.9 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) แต่ถ้าอ้วนละก็ค่า BMI จะตั้งแต่ 25 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) ขึ้นไป

สูตรดัชนีมวลกาย (BMI)= น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ส่วนสูง (เมตรยกกำลัง 2)

ตัวอย่าง ผู้สูงอายุ หนัก 67 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร

ดัชนีมวลกาย (BMI)= 67 (1.6 ยกกำลัง 2)

= 26.17 ถือว่าเข้าข่ายอ้วน

7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม

เช่น การซื้อยากินเอง การใช้ยาเดิมที่เก็บไว้มาใช้รักษาอาการที่เกิดใหม่หรือรับยาจากผู้อื่นมาใช้ เนื่องจากวัยนี้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตในการกำจัดยาลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดพิษจากยาหรือผลข้างเคียงอาจมีแนวโน้มรุนแรงและเกิด ภาวะแทรกซ้อนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาจะดีที่สุด

8. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกาย

เช่น คลำได้ก้อน โดยเฉพาะก้อนโตเร็ว แผลเรื้อรัง มีปัญหาการกลืนอาหาร กลืนติด กลืนลำบาก ท้องอืดเรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไอเรื้อรัง ไข้เรื้อรัง เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอกหรือถ่ายอุจจาระผิดปกติ มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ้าอย่างนี้ละก็พามาพบแพทย์ดีที่สุด

9. ตรวจสุขภาพประจำปี

แนะนำให้ตรวจสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปีหรืออย่างน้อยทุก 3 ปี โดยแพทย์จะทำการซักประวัติตรวจร่างกายและอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็ง เช่น โรคเบาหวาน โรความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ตรวจหาโรคมะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและยังมีตรวจการมองเห็นการได้ยินตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อ การเกิดอุบัติเหตุด้วย

นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้วสุขภาพใจก็เป็นสิ่งสำคัญการทำจิตใจให้แจ่มใสมอง โลกในแง่ดีไม่เครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ มากจนเกินไป รวมถึงการเข้าใจและยอมรับตนเองของท่านและผู้อื่นจะช่วยให้เป็นผู้สูงอายุที่ สุขภาพดีอย่างแท้จริง ว่าแต่อย่าลืมทำกันนะคะจะดีต่อผู้สูงอายุในบ้านและครอบครัว

โดย : นพ.สมบูรณ์ อินทลาภาพร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ธรรมลีลา ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

Tags : ,

การดูแลผู้สูงอายุ

รับดูแลผู้สูงอายุ,ดูแลผู้ป่วย,ผู้ป่วยระยะ พักฟื้น,บ้านพักผู้สูงอายุ,ให้อาหารทางสายยาง,กายภาพบำบัด,แผลกดทับ,สวน ปัสสาวะ,สมองเสื่อม,เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง,โรคกระดูกและข้อ,หลงลืม,อัมพาต ครึ่งซีก,อ่อนแรงครึ่งซีก,อัมพฤกษ์,อัมพาต,เจาะคอ,อัลไซเมอร์???? Goldenlife Nursing Home

ติดต่อ :http://www.goldenlifehome.com

02 ? 584-3705????? 02-583-7709

ผู้สูงอายุตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก [WHO] กำหนดไว้ คือ ผู้ที่มีอายุมากกกว่าหรือเท่ากับ 60 ปี เป็นวัยที่มีการเสื่อมถอยในทุก ๆ ด้าน ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ในการดูแลจึงต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์โดยแท้จริง ในผู้สูงอายุแต่ละคนก็จะมีความแตกต่างทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ในแง่ของการดูแลจึงไม่สามารถกำหนดเป็นกฎตายตัว แนวทางที่มีโดยทั่ว ๆ ไปก็จะเป็นวิธีการปฏิบัติง่าย ๆ พื้น ๆ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องอาศัยกระบวนการพยาบาล และผู้ที่ไม่ได้มีความรู้ในกระบวนพยาบาลก็สามารถนำไปปฏิบัติได้

ในประเทศไทยนั้นก็มีการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุมาโดย ตลอด และในปี 2542 นี้ก็เช่นกัน ทางกรุงเทพมหานครได้จัดกิจกรรมปีสากลว่าด้วยผู้สูงอายุของกทม.ขึ้น เพราะถือว่าผู้สูงอายุเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ ให้แก่สังคมและประเทศชาติอย่างมาก เพราะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตยาวนาน และนับว่าผู้สูงอายุเป็นปูชนียบุคคล ดังนั้น ภายในครอบครัวซึ่งมีผู้สูงอายุก็ยิ่งจะต้องให้ความสำคัญกับท่านเช่นกัน โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นอัมพาต ยิ่งต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษกว่าผู้สูงอายุทั่วๆ ไป

การเปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ในที่นี้ขอแยกกล่าว เป็น 2 ด้าน คือ

1. ด้านร่างกาย

1.1 ภาวะขาดอาหาร น้ำและเกลือแร่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีอาการกลืนลำบาก พูดไม่ได้หรือไม่รู้สึกตัว ซึ่งถ้าได้รับการดูแลไม่ทั่วถึงจะทำให้ผอมลง บวมตามผิวหนัง และขาดความต้านทานโรค
1.2 มีอาการปวดข้อ ข้อติด และบวมตามแขน-ขา เนื่องจากขาดการเคลื่อนไหว
1.3 กระดูกผุ เปราะบาง และอาจหักได้ เนื่องจากไม่ได้ขยับเขยื้อนเป็นเวลานาน
1.4 ปอดบวมจากการสำลักสิ่งต่าง ๆ ลงไปในทางเดินหายใจ หรือการนอนนาน ๆ ทำให้ปอดแฟบ
1.5 ปัสสาวะลำบาก หรือมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
1.6 สำลักน้ำลาย เสมหะ หรืออาหารเข้าหลอดลมลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจ
1.7 แผลกดทับที่ก้น และบริเวณส่วนนูน ปุ่มกระดูกของร่างกาย จากการกดทับนาน ๆ

2. ด้านจิตใจ

การเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญ ปกติร่างกายและจิตใจของมนุษย์มีส่วนสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด แต่มนุษย์มักไม่ค่อยสนใจทางด้านจิตใจ สนใจแต่ทางด้านร่างกาย ทำให้ผู้สูงอายุมักจะว้าเหว่ ซึ่งความว้าเหว่นี้สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย ผู้สูงอายุทุกคนต้องการได้รับความรักความเอาใจใส่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ที่รู้สึกว่าตนเองสูญเสียหน้าที่ในชีวิต และหย่อนคุณภาพในสังคม จะมีภาวะวิตกกังวล เศร้าซึม นอนไม่หลับ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

การดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ในการดูแลก็จะแยกตามการเปลี่ยนแปลง คือ การดูแลทางด้านร่างกาย และจิตใจ

1. ด้านร่างกาย

1.1 อาหาร ส่งเสริมให้ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม จัดอาหารให้เป็นไปตามความชอบและนิสัยการรับประทานอาหารเดิม ย่อยง่าย การเปลี่ยนแปลงอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายอาจทำให้ผู้สูง อายุรับประทานได้น้อย และได้อาหารไม่ครบส่วนอาจจะต้องเสริมให้ในรูปของยา

1.2 จัดกิจกรรมออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพผู้สูงอายุ โดยมีหลักการคือ
- ออกกำลังกายอย่างช้า ๆ เลือกกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้แรงมาก และค่อย ๆ เพิ่มการออกกำลังขึ้นทีละน้อย
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หลังรับประทานอาหารใหม่ ๆ หรือขณะอากาศร้อนอบอ้าว
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มากเกินไป

1.3 จัดให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่านั่งหรือนอนหัวสูง เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนอากาศในปอดได้ดีขึ้นและป้องกันการสำลักจากการรับ ประทานอาหาร หรือสำลักน้ำลาย

1.4 ผิวหนังของผู้สูงอายุจะแห้ง บาง ฉะนั้นจึงควรอาบน้ำ แต่พอควรและใช้สบู่ให้น้อยเนื่องจากผิวหนังบาง ทำให้เก็บความชุ่มชื้นไม่อยู่ และหลังเช็ดตัวควรใช้โลชั่นมากกว่าแป้ง เนื่องจากแป้งฝุ่นจะเป็นตัวดูดซับความชื้น ทำให้ผิวหนังที่แห้งอยู่แล้ว แห้งมากขึ้น

1.5 ดูแลความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์หลังการขับถ่าย ไม่ปล่อยให้อับชื้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

1.6 การอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ จะเกิดกดทับ ทำให้เป็นแผลกดทับได้ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องคอยหมั่นพลิกตะแคงตัวอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง

2. ด้านจิตใจ

ในผู้สูงอายุที่ยังมีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือตัวเองได้ ปัญหาจะไม่ค่อยมากนักแต่ถ้าเมื่อไรที่ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระแก่ครอบครัวและลูกหลานบุคคลในครอบครัวทุกคนจะต้อง พยายามเข้าใจความรู้สึกของผู้สูงอายุ ซึ่งการปฏิบัติตัวที่จะเป็นการส่งเสริมสุขภาพจิตแก่ผู้สูงอายุ ได้แก่

2.1 ให้ความดูแลเอาใจใส่ไม่แสดงอาการรำคาญ หรือรังเกียจ ไม่ว่าทางสีหน้า ท่าทางหรือด้วยวาจา

2.2 การให้เกียรติและเคารพนบนอบต่อผู้สูงอายุ

2.3 ให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้องในวัยเดียวกัน การมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับบุคคลที่รู้สึกหรือคุ้นเคยมาในอดีต ถือเป็นความสุขอย่างยิ่งของผู้สูงอายุ ซึ่งญาติควรจะหาโอกาสตอบสนองความต้องการนี้แก่ผู้สูงอายุบ้างเป็นครั้งคราว

Tags :

หลัก 11 อ. ในการดูแลผู้สูงอายุ

รับ ดูแล ผู้สูงอายุ,ดูแลผู้ป่วย,ผู้ป่วยระยะพักฟื้น,บ้านพักผู้สูงอายุ,ให้อาหารทาง สายยาง,กายภาพบำบัด,แผลกดทับ,สวนปัสสาวะ,สมองเสื่อม,เบาหวาน,ความดันโลหิต สูง,โรคกระดูกและข้อ,หลงลืม,อัมพาตครึ่งซีก,อ่อนแรงครึ่งซีก,อัมพฤกษ์, อัมพาต,เจาะคอ,อัลไซเมอร์???? Goldenlife Nursing Home

ติดต่อ :http://www.goldenlifehome.com

02 – 584-3705? 02-583-7709

สำหรับวันนี้ ขอเข้าเรื่องของหลักการกันหน่อยนะครับ หลัก 7 อ. ในการดูแลผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง

1. อาหาร

ความต้องการพลังงานลดลง แต่ความต้องการสารอาหารต่าง ๆ ?ยังใกล้เคียงกับวัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ
ควรลดอาหารประเภทไขมัน ??(น้ำมันจากสัตว ?์และพืช ?ไข่แดง ?เนย) ??และประเภทคาร์โบไฮเดรต ??(ข้าว แป้ง ?และน้ำตาล)
ผู้สูงอายุควรได้รับอาหารโปรตีน หรือกลุ่มเนื้อสัตว์ ประมาณ 50-60 กรัมต่อวัน หรือประมาณมื้อละ 2 ช้อนโต๊ะ ควรเป็นเนื้อ
สัตว์ที่ย่อยง่าย พวกปลาจะดีที่สุด ?ผู้สูงอายุกินไข่ขาวได้ไม่จำกัด แต่ควรกินไข่แดงไม่เกิน 3 ฟองต่อสัปดาห์ ?ผู้สูงอายุควรกิน
ผักมาก ๆ ทั้งผักที่ใช้ใบ หัว และถั่วต่าง ๆ ผลไม้รับประทานได้มากเช่นกัน ?แต่ควรเลือกผลไม้ที่ไม่หวานจัด ?ผลไม้ที่หวานจัด
เช่น กล้วยสุก มะม่วงสุก ทุเรียน ลำไย ควรรับประทานแต่น้อย ?เพราะถ้ารับประทานมาก ?อาจจะทำให้เกิดโรคตามมาได้ เช่น
เบาหวาน เป็นต้น

2. ออกกำลังกาย

ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายประมาณสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายมีความคล่องตัว แข็งแรง ?ซึ่งจะทำให้การ
ทรงตัว และการเคลื่อนไหวดีขึ้น ไม่หกล้มง่าย

3. อนามัย

คือ การดูแลตนเองโดยเฉพาะให้พยายาม ลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ เหล้า และ
พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ?รวมทั้งสังเกตการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ?การขับถ่าย เป็นต้น ?และควรได้รับการตรวจ
สุขภาพเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่อายุประมาณ 65 ปี เป็นต้นไป

4. อุจจาระ ปัสสาวะ

จะต้องให้ความสนใจการขับถ่ายของผู้สูงอายุด้วยว่ามีปัญหาหรือไม่ บางรายอาจจะเกิดปัญหาถ่ายยาก ถ่ายลำบาก
อีกส่วนหนึ่งอาจมีปัญหาเรื่องกลั้นการขับถ่ายไม่ได้ ซึ่งแต่ละปัญหาจะต้องให้การดูแลแก้ไขไปตามสาเหตุ

5. อากาศ และแสงอาทิตย์

จะเน้นให้อยู่ในสถานที่ ๆ มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เหมาะสม

6. อารมย์ อดิเรก อนาคต และอบอุ่น

เป็น 4 อ. ที่เน้นทางด้านความรู้สึกนึกคิด และจิตใจของผู้สูงอายุ เพื่อช่วยให้การมีชีวิตอยู่แต่ละวันมีความ
สุข มีความรื่นรมย์กับการมีชีวิตอยู่ ??และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ??ควรเข้าใจธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ ??และปรับความรู้สึกนึกคิดไป
ตามนั้น ไม่ยึดแต่ลักษณะเก่า ๆ ดั้งเดิมที่เคยเป็นมา ควรมีงานอดิเรกที่น่าสนใจ แต่ไม่ควรเป็นสิ่งที่เป็นภาระมากนัก เช่น ถ้าอยู่
คนเดียวก็ไม่ควรเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก ??เพราะจะเป็นภาระในการซื้อหา และให้อาหาร ?และถ้าสัตว์เจ็บป่วย ?เสียชีวิต ก็จะเกิด
ความสลดหดหู่ และจิตใจเศร้าหมองได้ ??ผู้สูงอายุควรคิดถึงอนาคตด้วย ??และควรพยายามเข้าร่วมในสังคมกลุ่มต่าง ๆ ?ตาม
สมควร การมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือต่างรุ่น จะทำให้มีความอบอุ่น และรู้สึกถึงคุณค่าของตน

7. อุบัติเหตุ

เกิดขึ้นได้ทุกขณะ และอาจทำให้เกิดความบาดเจ็บ และความพิการต่างๆ ได้ ควรพยายามดูแลสภาพบ้านเรือนให้
ปลอดภัย มีแสงสว่างพอเหมาะ พื้นไม่ลื่น หรือควรมีราวจับในบางแห่งที่เกิดอุบัติเหตุได้บ่อย ๆ เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นหลักการเบื้องต้น ในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละคนจะมีปัญหาแตกต่างกันไป ดังนั้น จะต้องปรับการ
ดูแลให้เหมาะสม หลักสำคัญก็คือ ต้องให้ท่านเหล่านั้นสามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง โดยพึ่งพาผู้อื่นน้อยที่
สุด และมีความสุขกายสบายใจในบั้นปลายของชีวิต ดังคำที่ว่า “เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน”
แล้วเรานำมาประยุกต์ใช้กับ บ้านโกลเด้นไลฟ์ ของเรายังไงละครับ เรื่องนี้ คำตอบมีในเว็บอยู่แล้ว แต่เพื่อความกระจ่างผมจะขออธิบายให้ฟังอีกทีหนึ่ง ครับแต่คงจะต้องเป็นคราวหน้าแล้วละครับ

ข้อมูลจาก www.elip-online.com

Tags : , , ,